วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ภาพบันทึกไว้ได้ ‘การปล่อยหมีกริซลี่’ ที่กลายเป็นเหตุร้ายแรง เป็นเรื่องไม่คาดฝันและเป็นบทเรียน

ภาพบันทึกไว้ได้ ‘การปล่อยหมีกริซลี่’ ที่กลายเป็นเหตุร้ายแรง เป็นเรื่องไม่คาดฝันและเป็นบทเรียน

สัตว์ป่าเอาแน่เอานอนไม่ได้ และภาพชุดนี้ก็ยืนยันได้ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 1987 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้พยายามย้ายหมีกริซลี่เพศผู้ที่โตเต็มวัยไปยังพื้นที่อื่น เนื่องจากมันเป็นหมีที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าวัวในเขตสงวนของอินเดียใกล้กับคาลิสเปลรัฐมอนทานา แต่แล้วเรื่องก็ไม่เป็นอย่างที่คิด

หมีตัวนี้ถูกจับและกำลังเตรียมปล่อยมันเข้าป่า โดยหมีได้รับการทำตามขั้นตอน เช่นสงบสติอารมณ์หมี สวมปลอกคอวิทยุและป้ายติดหู และวางกรงที่ออกแบบเอาไว้สำหรับปล่อยสัตว์ขนาดใหญ่เอาไว้หลังรถกระบะ .. เมื่อเห็นแบบนี้มันก็เหมือนไม่มีอะไร

ขณะที่ช่างภาพ Richard P. Smith พร้อมด้วยเจ้าหน้าของรัฐ เตรียมความพร้อมเพื่อบันทึกเหตุการณ์ด้วยกล้อง การปล่อยหมีดังกล่าวที่เป็นเหมือนเรื่องปกติธรรมดา ที่พวกเขาทำกันประจำ ซึ่งมันควรจะปลอดภัยเหมือนทุกๆ ครั้ง โดยปกติแล้วเมื่อกรงถูกเปิด หมีจะออกจากกรงและวิ่งออกไปทันที แต่แต่คราวนี้มีบางอย่างผิดพลาด

ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดประตูกรงเพื่อให้หมีเป็นอิสระ ช่างภาพ Richard P. Smith เริ่มถ่ายภาพด้วยฟิล์มม้วนใหม่จากด้านหลังของรถกระบะอีกคันหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 หลา

“ฉันตั้งโปรแกรมให้กดชัตเตอร์ค้างไว้ต่อไปเพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” สมิธกล่าว แต่แล้วเรื่องก็ไม่ง่าย และมันก็น่ากลัว.. ตามภาพเหตุการณ์ชุดนี้ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และแม้แต่ตอนนี้ก็ไม่เคยเกิดซ้ำสอง

หมีกระโดดออกจากกรงลงไปที่พื้น วินาทีนี้เหมือนไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ขณะที่หมีลงมาที่พื้น เจ้าหน้าที่ทิ้งประตูกรงและตะโกนว่า “ไป!” ให้กับคนขับรถปิกอัพ


ลองเข้ามาดูสินค้า 🚚พร้อมส่ง แท้💯Diptyque Orphéon & Fleur de Peau EDP 2ml/5ml/10ml น้ำหอมยูนิเซ็กส์ ลดราคา 59% เหลือ ฿60 - ฿230 เท่านั้น! ซื้อได้ในแอป Shopee ตอนนี้เลย! https://s.shopee.co.th/3LEiFRvX2j

รถเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าขณะที่หมีกริซลี่พยายามคว้าขาของเจ้าหน้าที่

การเคลื่อนที่ของรถและน้ำหนักของหมีกริซลี่ ทำให้กรงที่ไม่ได้ยืดเอาไว้แน่นหนาตกลงมาจากรถ! เมื่อกรงตกลงมา เจ้าหน้าที่ก็ตกลงบนหมีเช่นกัน

เจ้าหน้าที่พยายามตะกายหนีหมีที่กำลังโมโห

หมีเริ่มกัดขาของเจ้าหน้าที่ มันเป็นช่วงที่สมิทหยุดถ่ายภาพการโจมตีนี้ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ ก็ดึงปืนพก .357 แม็กนั่มออกมาแล้วยิงสัตว์นั้นจนตาย

หลังจากรอดการโจมตีของหมี อาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่รุนแรงมาก ขาของเขาหักและถูกกัดอย่างรุนแรง ..เขาได้รับการปฐมพยาบาล และรอเฮลิคอปเตอร์มารับตัว

เจ้าหน้าที่ที่เหลือของ Game & Fish ได้ทำการวัดขนาดหมีที่ตายแล้วหลังจากที่ผู้บาดเจ็บจากไป ..หมีมีน้ำหนักประมาณ 500 ปอนด์

ก็จบแล้วสำหรับภาพชุดนี้ คงต้องบอกว่า มันเป็นเหตุการณ์ครั้งรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ปล่อยหมีให้เป็นอิสระ มันเป็นเรื่องไม่คาดฝันและเป็นบทเรียน

Grizzly Bear Wake Up - Craighead Brothers Trying to Tag Semi-Conscious Bear.

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

MIT สร้าง "หุ่นยนต์จิ๋ว" นักกระโดด ใช้สำรวจพื้นที่กู้ภัยในซอกแคบ


MIT สร้าง "หุ่นยนต์จิ๋ว" นักกระโดด ใช้สำรวจพื้นที่กู้ภัยในซอกแคบ

ทีมวิศวกรจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สร้างสรรค์นวัตกรรมหุ่นยนต์จิ๋วที่มีขนาดเล็กเท่าแมลง แต่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่น่าทึ่ง ด้วยการใช้กลไกการกระโดด เพื่อบุกตะลุยผ่านสภาพภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนได้อย่างคล่องแคล่ว และยังรับน้ำหนักของเซนเซอร์ต่าง ๆ ได้ เพื่อใช้ในภารกิจด้านภัยพิบัติ และการสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่เข้าถึงได้ยาก

ทีมวิศวกรเผยว่า หุ่นยนต์จิ๋วนี้มีขนาดใกล้เคียงกับนิ้วหัวแม่มือ และมีน้ำหนักเบาน้อยกว่าคลิปหนีบกระดาษ องค์ประกอบหลักของมันคือส่วนขาที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรับแรงจากสปริง และยังมีโมดูลปีกขนาดเล็กที่ช่วยในการส่งแรงเพื่อบินข้ามสิ่งกีดขวาง หรือเคลื่อนที่บนพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ เช่น พื้นน้ำแข็ง พื้นดินขรุขระ หรือแม้แต่ก้อนหินต่าง ๆ


หุ่นยนต์จิ๋วนี้มีความสามารถในการกระโดดได้สูงถึง 20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบขาที่ยืดหยุ่นได้ ทำให้สามารถแปลงพลังงานจากสปริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน ส่วนปีกก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเรื่องการทรงตัวและการปรับทิศทางในขณะเคลื่อนที่
.
หลักการทำงานที่น่าสนใจของหุ่นยนต์นี้ คือ การแปลงพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อหุ่นยนต์กระโดดขึ้นไป พลังงานศักย์ ซึ่งเป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในตัววัตถุขณะลอยอยู่เหนือพื้นดิน ก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็น พลังงานจลน์ ซึ่งเป็นพลังงานที่เกิดขึ้นขณะวัตถุกำลังเคลื่อนที่ 

ลองเข้ามาดูสินค้า 🔥【พร้อมส่ง】โดรน E88 รุ่นTop รุ่นขายดี  มีกล้อง WIFI ถ่ายภาพ บินนิ่ง ถ่ายวีดีโอ กล้องชัด โดรนไร้สาย โ ลดราคา 53% เหลือ ฿319 เท่านั้น! ซื้อได้ในแอป Shopee ตอนนี้เลย! https://s.shopee.co.th/5fcXzcG8MH


และในขณะที่หุ่นยนต์ตกลงมา พลังงานนี้ก็จะถูกแปลงกลับไปกลับมาอย่างเป็นวัฏจักร นอกจากนี้ สปริงที่ติดตั้งอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง ยังมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนความเร็วที่ลดลงของหุ่นยนต์ขณะลงสู่พื้น ให้กลายเป็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสพื้น ทำให้หุ่นยนต์กระโดดต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยแทบไม่มีการสูญเสียพลังงาน

สิ่งที่น่าทึ่งอีกประการหนึ่งคือ ทีมวิจัยยังได้อ้างว่า การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ทำให้หุ่นยนต์จิ๋วสามารถบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่าหุ่นยนต์ขนาดใกล้เคียงกันถึง 10 เท่า และยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น แบตเตอรี่ เซนเซอร์ และแผงวงจรควบคุมได้อีกด้วย โดยในตัวยังมีระบบควบคุมที่ทำหน้าที่ปรับวิถีการบินในอากาศ ทำให้สามารถลงจอดได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาพภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกัน


งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋วนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Science Advance โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือการพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติงานต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลให้หุ่นยนต์ขนาดเล็กนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในภารกิจค้นหาและกู้ภัย จากความสามารถในการเข้าถึงและนำทางผ่านพื้นที่จำกัดได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง


วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

คุณแม่ผู้น่ารัก กลายเป็นหญิงคลั่งลัทธิวันสิ้นโลกที่ฆาตกรรมลูก ๆ และอริหัวใจ ได้อย่างไร


“คุณแม่ผู้น่ารัก” กลายเป็นหญิงคลั่งลัทธิวันสิ้นโลกที่ฆาตกรรมลูก ๆ และอริหัวใจ ได้อย่างไร

คุณแม่จากรัฐไอดาโฮ ที่คลั่งไคล้ในลัทธิวันสิ้นโลก ถูกตัดสินมีความผิดฐานฆาตกรรมลูก 2 คนของเธอเอง รวมถึงคู่อริทางความรัก เพื่อแย่งผู้ชาย ถือเป็นคดีที่สร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วสหรัฐฯ

คุณแม่คนนี้ คือ โลริ วัลโลว์ (Lori Vallow) ที่ไม่นานมานี้ ถูกศาลตัดสินโทษข้อหาฆาตกรรม พร้อมกับสามีคนล่าสุดของเธอ คือ แชด เดย์เบลล์ (Chad Daybell)

วัลโลว์ อายุ 49 ปี มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ฐานฆาตกรรมลูกชาย คือ โจชัว “เจเจ” วัลโลว์ อายุ 7 ปี และลูกสาว ไทลี ไรอัน อายุ 16 ปี ก่อนเผาและฝังดิน หลังบ้านของนายเมย์เบลล์ เมื่อปี 2020

ในวันขึ้นศาล ทนายความหลายคนประกบข้างตัววัลโลว์ ซึ่งนั่งนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ตอนที่ คณะลูกขุนลงมติตัดสินให้เธอมีความผิดฐานฆาตกรรม สมคบคิด และปล้นยานยนต์ รวม 6 กระทง

ญาติพี่น้องของเหยื่อนั่งฟังคำตัดสินพร้อมน้ำตา ในการพิจารณาคดีที่ยาวนาน 5 สัปดาห์ และเป็นที่จับตาของสังคมอเมริกัน

อัยการได้นำพยาน 60 ปาก ขึ้นให้ปากคำต่อศาล ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดอันน่าสยดสยองว่า เด็ก ๆ ถูกฆาตกรรม และพบร่างไร้วิญญาณของพวกเขาอย่างไร


โลริ เดย์เบลล์ และ แชด เดย์เบลล์

ทนายความของวัลโลว์ ไม่ได้นำพยานขึ้นให้ปากคำแม้แต่ปากเดียว และตัวจำเลยเอง ก็ไม่ได้กล่าวตอบโต้พยาน-หลักฐานเหล่านี้แต่อย่างใด ส่วนการพิจารณาคดีของ แชด เดย์เบลล์ มีกำหนดในอีกหลายเดือนข้างหน้า

แล้ว เดย์เบลล์ คือใคร ? เขาเป็นนักเขียนที่เขียนนวนิยายเชิงวันสิ้นโลกหลายเล่ม อ้างอิงเนื้อหาจากคำสอนของศาสนาคริสต์นิกายมอร์มอน

ทางการเชื่อว่า วัลโลว์ และ เดย์เบลล์ พบกันผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมสำหรับวันสิ้นโลก

ทนายของวัลโลว์ คือ จิม อาร์ชิบาลด์ โต้แย้งว่า วัลโลว์เป็น “มารดาที่น่ารัก” แต่ตกหลุมรักผู้นำลัทธิทางศาสนา “ที่แปลกประหลาด” และอ้างว่า ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเธอกับการฆาตกรรมเหล่านี้

แต่อัยการยืนกรานว่า วัลโลว์ คบหากับ เดย์เบลล์ และมีเจตนานำไปสู่เหตุการณ์มากมาย ที่นำไปสู่การตายของ เจเจ, ไทลี และอดีตภรรยาของเดย์เบลล์ ที่ชื่อ แทมมี่

“จำไว้เลยว่า จำเลยจะขจัดอุปสรรคใด ๆ ก็ตามที่ขัดขวางสิ่งที่เธอต้องการ และเธอต้องการ แชด เดย์เบลล์” อัยการเทศมณฑลฟรีมอนต์ ลินซีย์ เบลค กล่าวระหว่างการพิจารณาคดี

“จำเลยใช้เงิน อำนาจ และเซ็กส์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เธอต้องการ”


ลูก ๆ ของเธอ มาจากการแต่งงานก่อนหน้านี้

วิญญาณมืด
เมื่อปี 2006 วัลโลว์แต่งงานกับนักธุรกิจ ชื่อ ชาร์ลส์ วัลโลว์ ทั้งคู่ร่วมกันเลี้ยงดู ไทลี ลูกสาวของโลริ ที่มาจากการแต่งงานครั้งก่อน ต่อมาในปี 2014 วัลโลว์ อุปการะ เจเจ หลายชายของน้องสาวของชาร์ลส์ มาเป็นลูกอีกคน

ในปี 2017 ครอบครัวและเพื่อน ๆ กล่าวว่า พฤติกรรมของวัลโลว์เปลี่ยนไป เมื่อเธอได้อ่านหนังสือของ แชด เดย์เบลล์ นักเขียนนวนิยายด้านศาสนา ที่เน้นเรื่องราววันสิ้นโลก หรือโลกาวินาศ อ้างอิงจากความเชื่อในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย

ทั้งคู่ได้พบกับจริง ๆ ในช่วงปี 2018 และเริ่มทำพอดคาสต์เกี่ยวกับศาสนาด้วยกัน

ในเวลานั้น ทั้งคู่ต่างคนต่างแต่งงานแล้ว แต่มีทัศนคติคล้ายคลึงกัน โดยอัยการระบุว่า วัลโลว์ และ เดย์เลล์ มีมุมมองไปในเชิงสุดโต่ง

พวกเขามองคนเป็นจิตวิญญาณแห่ง “แสงสว่าง” และ “ความมืด” และเรียกคนที่ถูกวิญญาณร้ายครอบงำว่า “ซอมบี้”

ทั้งคู่กล่าวว่า วิธีการเดียวที่จะปลดปล่อยวิญญาณจากความมืด คือการฆ่าพวกเขาเสีย

วัลโลว์ “เชื่อว่าเธอเป็นพระเจ้า”
เมื่อเดือน ม.ค. 2019 ชาร์ลส์ วัลโลว์ ไปแจ้งความกับตำรวจ ระบุว่า ภรรยาของเขา “คลุ้มคลั่ง” ไปแล้ว เธอเชื่อว่าตัวเองเป็นพระเจ้า ที่กำลังเตรียมการสำหรับวันสิ้นโลก เขายังบอกตำรวจว่า เธอขู่จะฆ่าเขา

ท้ายสุด นายวัลโลว์ ยื่นฟ้องหย่าภรรยา โดยระบุในเอกสารต่อศาลว่า เขาวิตกถึงความปลอดภัยของเขาและเด็ก ๆ

บันทึกของตำรวจแสดงให้เห็นว่า นายวัลโลว์ เดินทางไปยังบ้านที่ภรรยาที่หย่ากันแล้ว อาศัยอยู่กับน้องชายของเธอ ชื่อ อเล็กซ์ คอกซ์ เพื่อรับลูกชาย

แต่เมื่อเข้าไป ได้เกิดการเผชิญหน้าจนทำให้ คอกซ์ ยิงปืนใส่นายวัลโลว์ จนเสียชีวิต


โลริ และ ชาร์ลส์ วัลโลว์ สามีคนที่สี่ของเธอ

คอกซ์ บอกกับตำรวจว่า เขาเผลอฆ่าอดีตพี่เขย เพื่อป้องกันตัว และคอกซ์ ไม่เคยถูกตั้งข้อหาใด ๆ

ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 โลริ วัลโลว์ พา เจเจ และ ไทลี ไปเมืองเรกซ์เบิร์ก รัฐไอดาโฮ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เชิงเขาเทตัน ใกล้กับที่พักของนายเดย์เบลล์

เดือนต่อมาหลังย้ายบ้าน แทมมี เดย์เบลล์ ภรรยาวัย 28 ปีในเวลานั้นของนายเดย์เบลล์ ได้เสียชีวิตกะทันหัน

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “48 Hours” ของซีบีเอส นิวส์ ลูกของนายเดย์เบลล์ เล่าว่า เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพในพื้นที่บอกพวกเขาว่า ดูเหมือนว่าแม่ของพวกเขา ที่ป่วยมานาน จะเสียชีวิตระหว่างนอนหลับ

ร่างของเธอถูกฌาปนกิจในเดือน ธ.ค. 2019 ในช่วงที่มีการสอบสวนวัลโลว์และนายเดย์เบลล์ ผลการชันสูตรศพอย่างเป็นทางการระบุว่า แทมมี เสียชีวิตจากอาการหายใจไม่ออก หรือมีแนวโน้มว่าเป็นการฆ่ารัดคอ

ภายหลังภรรยาของเขาเสียชีวิตเพียง 2 สัปดาห์ แชด เดย์เบลล์ แต่งงานกับโลริ วัลโลว์ ที่ฮาวาย

แล้วเด็ก ๆ อยู่ที่ไหน
ในช่วงเวลานั้นเอง ที่ตาและยายของ เจเจ คือ เคย์ และแลร์รี วูดค็อก โทรหาตำรวจในเมืองเร็กส์เบิร์ก รัฐไอดาโฮ เพื่อให้ไปตรวจสอบสวัสดิภาพของ เจเจ วัย 7 ขวบ

การแจ้งความนั้นเอง ทำให้เกิดการตามล่าหาตัวเด็ก 2 คนไปทั่วประเทศ หลังตำรวจพบว่า พวกเขาหายตัวไปมาหลายสัปดาห์แล้ว

รายการ “48 Hours” ระบุว่า เป็นเวลาหลายเดือนนับแต่นั้นที่วัลโลว์ และนายเดย์เบลล์ ไม่ยอมปริปากว่า เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน แต่พวกเขาบอกญาติ ๆ และเพื่อนว่า เด็ก ๆ “ปลอดภัยและมีความสุข”

เดือน ธ.ค. 2019 การสอบสวนยังดำเนินต่อไป ส่วน วัลโลว์ และ เดย์เบลล์ ไปพักร้อนที่ฮาวาย ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นจนวัลโลว์ส่งตัวกลับมา เพื่อดำเนินการจับกุมในเดือน ก.พ. 2020

ท้ายสุด ตำรวจพบชิ้นส่วนร่างของ เจเจ และ ไทลี ที่สวนหลังบ้าน บ้านของนายเดย์เบลล์ ในเดือน มิ.ย. 2020

“ชิ้นส่วนที่ถูกเผาเป็นตอตะโก คือ สิ่งที่เหลืออยู่ของ ไทลี” อัยการกล่าวระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมแสดงให้คณะลูกขุน เห็นภาพอันน่าสลดใจนั้น

“ในเอกสารมันระบุว่าเป็นมวลกระดูกและเนื้อเยื่อ นั่นคือสิ่งที่เหลืออยู่ของเด็กสาวที่สวยสดใส”

ตำรวจเชื่อว่า ในวันที่ 8 ก.ย. 2019 วัลโลว์พาลูก ๆ ของเธอไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่ปรากฏภาพถ่ายที่ยังมีชีวิตของพวกเขา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ไทลี ไรอัน หายตัวไปในวันนั้น โดยมีการแสดงข้อมูลจีพีเอสจากโทรศัพท์ ที่ชี้ว่า น้องชายของโลริ วัลโลว์ คือ อเล็กซ์ ค็อกส์ อยู่ที่สวนหลังบ้านของแชด เดย์เบลล์ นานกว่า 2 ชั่วโมง

ส่วนเด็กชาย เจเจ วัลโลว์ นั้น ถูกพบมีชีวิตครั้งสุดท้าย วันที่ 22 ก.ย. 2019 โดยในวันถัดมา ตำรวจตรวจสอบข้อมูลจีพีเอสของค็อกส์ พบว่า เขาอยู่ที่สวนหลังบ้านแห่งนั้นอีกแล้ว เป็นเวลา 17 นาที

ส่วนนายค็อกส์นั้น เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในเดือน ธ.ค. 2019

โลริ วัลโลว์ และลูกชาย เจเจ ถ่ายภาพที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ก.ย. 2019

ไทลี อายุ 16 ปี และ เจเจ อายุ 7 ปี ในภาพยังมีคุณลุงของพวกเขา อเล็กซ์ ค็อกส์

โลกครึ่งใบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเขตภูมิอากาศภายในปี 2100

โลกครึ่งใบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเขตภูมิอากาศภายในปี 2100


ภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ ภูมิภาคต่าง ๆ บนภาคพื้นทวีปของโลกราว 38-40% จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่น โดยเข้าสู่ความเป็นเขตภูมิอากาศแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่นพื้นที่เขตหนาวอาจเปลี่ยนเป็นเขตอบอุ่นได้


ทีมนักภูมิอากาศวิทยาจากมหาวิทยาลัยจอร์จเมสันของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาลงในวารสาร “อนาคตโลก” (Earth’s Future) โดยพวกเขาลงมือวิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศล่าสุด แล้วนำไปเปรียบเทียบกับแผนที่ของ Köppen-Geiger ซึ่งแบ่งเขตภูมิอากาศโลกออกเป็น 5 เขต ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ทีมผู้วิจัยระบุว่า ที่ผ่านมาแผนที่ดังกล่าวได้รับการปรับปรุงหลายครั้งให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละยุค เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเกษตร รวมทั้งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแต่ละเขตภูมิอากาศ และการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ

ผลการศึกษาในครั้งนี้พบว่า พื้นที่ซึ่งมีภูมิอากาศแบบเขตร้อนจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากเดิม 23% ไปเป็น 25% ของผืนทวีปทั้งหมด ภายในปี 2100 ส่วนพื้นที่แห้งแล้งแบบทะเลทรายจะครอบคลุมเป็นบริเวณกว้างขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่มีอยู่ 31% ไปเป็น 34% ภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้

เขตภูมิอากาศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเขตหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบขั้วโลกทั้งเหนือและใต้รวมทั้งซีกโลกเหนือ เนื่องจากพื้นที่ 89% ของยุโรปและอีก 66% ของอเมริกาเหนือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเขตภูมิอากาศแบบอื่นได้ภายในอีก 77 ปีข้างหน้า ส่วนทวีปแอฟริกานั้นจะยังคงอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบเดิม แต่จะเกิดความผันผวนของสภาพอากาศบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น


ล่าสุด องค์การบริหารกิจการมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือโนอา (NOAA) แถลงว่าปรากฏการณ์เอลนีโญสุดร้อนแรงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในไม่ช้านี้ โดยมีความเป็นไปได้ 90% ที่จะมาถึงภายในเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม และจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2024 เป็นอย่างน้อย

ปรากฏการณ์เอลนีโญจะนำมาซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยิ่งขึ้นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยในปีนี้โนอาพยากรณ์ว่ามีโอกาส 55% ที่จะเกิดเอลนีโญแบบรุนแรง ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พบว่าอุณหภูมิที่ผิวน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกต่างร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกรงกันว่าปัจจัยนี้จะส่งผลให้ปรากฏการณ์เอลนีโญรอบใหม่มีความรุนแรงยิ่งขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

5 สาเหตุที่ ทำให้ ‘มนุษย์สูญพันธุ์’ และตอนนี้มันเริ่ม นับถอยหลังแล้ว



5 สาเหตุที่ ทำให้ ‘มนุษย์สูญพันธุ์’ และตอนนี้มันเริ่ม นับถอยหลังแล้ว

โลกของเราเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ และนั่นทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น แต่บางสิ่งก็ทำให้เราได้ตระหนักได้ว่า ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ฉันไม่สามารถมีอะไรมาทำลายเผ่าพันธุ์ของเราได้                           

แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่มีอะไรจะสามารถต้านทานกับธรรมชาติได้ หากเผาผลาญของเราจะต้องสูญสิ้นลง 

ฉากเปิดขึ้นมาผ่านภูมิประเทศที่อึมครึมและดูหดหู่ มีต้นไม้แห้งตายเต็มไปหมด มีเศษขี้เท่าลอยไปทั่ว สภาพแวดล้อมไหม้ไฟและรกร้าง ซากรถจอดระเกะระกะ ตึกที่เคยมีผู้คนเต็มไปหมดก็เหลือแต่ซาก โครงกระดูกมนุษย์เกลื่อนเต็มพื้น สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจฟังดูคุ้นหูเพราะมักเห็นได้ทั้งจากภาพยนตร์และวีดิโอเกมแนววันสิ้นโลก


โดยปกติแล้วภาพยนตร์และวีดิโอเกมจะบอกเล่าเรื่องราวหายนะของวันสิ้นโลกที่มาจากสงครามนิวเคลียร์ อุกกาบาตชนโลก หรือไวรัส ที่ทำให้มนุษย์เกือบสิ้นเผ่าพันธุ์

มันเป็นอะไรที่น่าคิดว่าถ้าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ซึ่งในความเป็นจริงมีนักวิจัยหลายสิบคนทั่วโลกใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้นี้ และเราจะหลีกเลี่ยงมันอย่างไร เพราะมีหลายทฤษฏีมากเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะล้างบางมนุษย์ ตั้งแต่การบุกของเอเลี่ยนจนถึงอุกกาบาตพุ่งชนโลก

👉🏾โดยจะมีสิ่งที่เรียกว่า “ความเสี่ยงที่มีอยู่” และนี่คือความเสี่ยงบางประการที่บรรดานักวิจัยได้เสนอขึ้นมา

1. สงครามนิวเคลียร์

Luke Kemp นักวิจัยจากศูนย์ศึกษาความเสี่ยงของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในอังกฤษได้กล่าวถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ ซึ่งสงครามนิวเคลียร์นั้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด

ระเบิดนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่จบสงครามโลกครั้งที่สอง และมันเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายน่ากลัวมาก มันสามารถทำลายเมืองให้พังพินาศได้ในพริบตาพร้อมฆ่าคนนับแสนได้ในเวลาอันสั้น และมันเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลัวพลังของมันจนถึงทุกวันนี้

ถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์จริง สิ่งอันตรายที่สุดนอกจากรังสีคือฤดูหนาวนิวเคลียร์ เกิดจากฝุ่นที่ไปบดบังแสงอาทิตย์ทำให้อุณหภูมิต่ำลง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตอาหาร “มันเป็นสิ่งที่จะสร้างผลกระทบไปแทบจะทั่วโลก” Kemp กล่าว แต่ถึงแม้มันสามารถทำให้คนจำนวนมากตายได้ แต่มันก็ไม่สามารถเป็นตัวที่ทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้

2. โรคระบาด

โรคระบาดเป็นภัยร้ายที่มีมานานแล้ว ในช่วงระยะเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมานี้ โลกเรากำลังเจอกับการระบาดของไวรัส Covid-19 ซึ่งมีคนกังวลว่ามันจะมีผลหนักกว่าที่คิดไหม “ฉันกังวลว่าการใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้งานผิดพลาดจะสร้างเชื้อโรคที่ร้ายแรงและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมันจะเป็นหายนะ” – Cassidy Nelson

ในฐานะที่เป็นผู้นำร่วมของทีมความปลอดภัยทางชีวภาพที่สถาบัน Future of Humanity Institute ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ Nelson ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ที่มนุษยชาติต้องเผชิญ เช่น โรคติดเชื้อใหม่ๆ โรคระบาดและอาวุธชีวภาพ

เธอตระหนักดีว่าเชื้อโรคที่ได้รับการออกแบบมาให้แพร่ระบาดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้มากที่สุด อาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ ซึ่งอาจฆ่าประชากรจำนวนมากในโลกได้ในเวลาไม่นาน...

“ธรรมชาติเป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างมหัศจรรย์ และเมื่อเกิดขึ้นกับเชื้อโรคผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ มันจะแย่มากเมื่อเกิดขึ้น” แต่ความกังวลของฉันคือ ถ้ามีคนที่พยายามออกแบบเชื้อโรคโดยเจตนาให้มีผลกระทบด้านลบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผ่านวิธีการติดต่อและอันตรายถึงชีวิต” มันจะเป็นหายนะทางชีวภาพอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่มีการระบาดใหญ่ในปัจจุบัน เธอเชื่อว่าโอกาสที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นมีน้อย (ด้วยว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงความจริงที่ว่า COVID-19 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องทดลอง)

ในขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังลดผู้ติดเชื้อลงได้ “นั่นก็หมายความว่า ความสามารถของเราในการทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน”

3. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

สภาพอากาศที่แปรปรวนเป็นสิ่งที่จะนำมนุษย์ไปสู่เส้นทางของการสูญพันธุ์ได้ไหม? เพราะว่าในอดีตสิ่งมีชีวิตหลายชนิดก็สูญพันธุ์ไปเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มันสามารถทำให้มนุษย์ไปสู่ชะตากรรมเดียวกันได้ไหม

สิ่งที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ มีทั้งความไม่มั่นคงในด้านอาหาร การขาดแคลนน้ำและสิ่งของจำเป็น แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นเป็นตัวคูณความเสี่ยงที่มีอยู่ ซึ่งทำให้มันขยายภัยคุกคามที่มีผลต่อมนุษย์ ทำให้ทุกอย่างแย่ลงได้มากขึ้น และยังเป็นการจุดฉนวนหายนะอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นต้นเหตุความเชื่อมโยงการสูญพันธุ์ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่น่าเป็นไปได้ที่ผลจากหายนะเพียงครั้งเดียว จะทำมนุษย์สูญพันธุ์ได้อย่างเช่น สงครามนิวเคลียร์ ส่วนใหญ่จะมาจากผลกระทบที่ต่อเนื่อง การทำลายล้างจากหายนะอย่างรวดเร็วที่หลายคนคิดนั้น มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เหตุการณ์หายนะอาจทำให้มีผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่แสนหรือพันคนบนโลก ซึ่งจะทำให้ความอยู่รอดของมนุษยชาติเป็นปัญหาเช่นกัน การล่มสลายสามารถกวาดล้างมนุษยชาติเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่จะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคง และความขัดแย้งทั่วโลก และทำให้ประชากรลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป “เราไม่ได้กำลังพูดถึงแนวคิดเดียวว่าการสูญพันธุ์จะเป็นอย่างไร หรือจะเกิดขึ้นอย่างไร มันมีความละเอียดอ่อนมากกว่านั้น” Kemp กล่าว

4. ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์

มันยังมีมุมอื่นอีกด้วย ความเสี่ยงที่มีผลต่อการมีอยู่ของมนุษย์ชาติ เทคโนโลยีเองก็มีผลกระทบต่อการมีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงเหล่านั้นคือ “ปัญญาประดิษฐ์”

นักวิจัยคิดว่าหุ่นยนต์ที่ผลิตออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจกำหนดให้มีการเฝ้าระวังมนุษย์ หรือพัฒนาการให้แซงหน้าทั้งภายนอกและภายใน มันอาจจะถึงขั้นมองมนุษย์เป็นภัยและหาทางกำจัดมนุษย์เหมือนในภาพยนตร์เรื่องคนเหล็กก็เป็นได้

5. ฝีมือมนุษย์เอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีความเสี่ยงหลากหลายเท่าไร แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ มนุษย์เป็นตัวกำหนดความรุนแรงของความเสี่ยงเหล่านี้ แล้วถ้าสิ่งที่เสี่ยงสุดคือตัวมนุษย์เองละ?

👉🏾นี่คือสิ่งที่น่าสนใจของงานวิจัยโดย Sabin Roman ในฐานนะนักวิจัยที่สถาบัน Center for the Study of Existential Risk เขาจำลองการวิวัฒนาการและการล่มสลายของสังคม

โดยศึกษาจากอารยธรรมในอดีต ตั้งแต่อาณาจักรโรมันและเกาะอีสเตอร์ ทำให้พบว่าความเสี่ยงที่มีอยู่ส่วนใหญ่นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น ถึงแม้ภัยจากธรรมชาติจะมีส่วน แต่มันก็แค่ส่วนประกอบขนาดเล็กที่ยังเทียบกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาไม่ได้ ทาง Kemp เองก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

สุดท้ายเหตุการณ์ในภาพยนตร์หายนะหลังวันสิ้นโลกกำลังรอเราอยู่ไหม? เราไม่มีทางคาดการณ์เกี่ยวกับชะตากรรมของเราบนโลกนี้ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปมองสังคมที่ล่มสลายไปแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ Roman มั่นใจคือมนุษย์ไม่เคยพร้อมที่จะปกป้องตัวเองได้ดีไปกว่านี้ แต่เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง เรายังมีเวลาเตรียมตัวและรับมือ ถึงมันจะเกิดเรายังทำให้ได้ผลเสียหายน้อยที่สุด

👉🏾เพราะบางทีอนาคตมนุษยชาติอาจถูกทำลายด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่เราอาจมองข้ามหรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน  ทั้งในเรื่องความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นกับโลกของเรา  ไม่ว่าจะมาจากในโลกหรือนอกโลกก็ตาม  หรือจะเป็นความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีที่อาจย้อนมาทำร้ายมนุษย์เองก็เป็นได้ 

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

เด็กอัฟกัน 5 ล้านคนอดอยากยากแค้น ทุกข์ทรมาน ถูกขายทิ้ง แต่ไม่มีข่าวออกทีวีทุกวัน ไม่มีความช่วยเหลือเร่งด่วน เพราะอะไร ทำไมมนุษยธรรมที่อัฟกานิสถานมันถึงดูไม่สำคัญเอาเสียเลย?

"หรือเป็นเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่คนผิวขาว ไม่ใช่ชาวยุโรป หรือเป็นเพราะปัญหามาจากกระบอกปืนของทหารอเมริกัน จากการรุกรานของอเมริกัน จากการปล้นทรัพยากรของชาติโดยประธานาธิบดีเผด็จการของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่รัสเซีย?"



"ตราบใดที่เรา (อียู) ยังไม่มีความยุติธรรมที่เสมอภาค เราก็ไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆทั้งสิ้น"

ลองฟังดูนะครับ เสียงแม่ได้ใจมาก

Disinformation is real. All powerful states engage in it. 

The EU narrative on disinformation poses a child's version of reality, where baddies tell only lies and goodies never utter an untrue word

If only the world was that simple.

[This is an intervention by Clare Daly MEP in the European Parliament's March plenary, 2022, on the report on foreign interference and disinformation in the European Union, including disinformation."... 

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

รัสเซีย..จัดหาทหารรับจ้างอย่างไร?เพื่อไปรบในยูเครน

รัสเซีย..จัดหาทหารรับจ้างอย่างไร?เพื่อไปรบในยูเครน 

สมาชิกกลุ่มแวกเนอร์ ในภูมิภาคดอนบาสในช่วงปี 2014/15

บีบีซีรับทราบว่ารัสเซียใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและกลุ่มสนทนาส่วนตัว รับสมัครทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ เข้าไปสู้รบในยูเครนร่วมกับกองทัพ

บีบีซีได้คุยกับทหารรับจ้างที่ยังทำงานอยู่และอดีตนักรบซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานทหารรับจ้างชั้นนำของรัสเซีย ในประเด็นรายละเอียดการรับสมัครทหารรับจ้าง

หลายสัปดาห์ก่อนเกิดสงคราม ทหารรับจ้างผู้นี้เผยกับบีบีซีว่าทหารผ่านศึกจำนวนมากได้รับการติดต่อจากองค์กรลับ แวกเนอร์ (Wagner) ผ่านกลุ่มข้อความเทเลแกรมส่วนตัว ได้รับเชิญให้เข้าร่วม "กิจกรรมปิกนิกในยูเครน" พร้อมการอ้างถึงการลองชิม "ซาโล" (Salo) ซึ่งหมายถึงไขมันหมูที่นิยมรับประทานมานานในยูเครน

ข้อความดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ "คนที่มีประวัติอาชญากรรม มีหนี้ ถูกปฏิเสธจากกลุ่มทหารรับจ้าง หรือผู้ที่ไม่มีหนังสือเดินทางต่างประเทศ" ให้มาสมัคร

"คำเชื้อเชิญที่อบอุ่น" ยังถูกส่งไปถึง คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่รัสเซียยึดครองอย่างสาธารณรัฐลูฮันสก์และโดเนตสก์ และไครเมีย

สมาชิกแวกเนอร์ปฏิบัตืการทางฝั่งตะวันออกของยูเครน ช่วงปี 2014/15

แวกเนอร์เป็นหนึ่งในองค์กรลับสุดยอดของรัสเซีย ในทางกฎหมาย กลุ่มนี้ไม่ตัวตน เพราะการรับจ้างไปรบขัดต่อหลักกฎหมายของรัสเซียและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เชื่อกันว่าทหารรับจ้างมากถึง 10,000 คน เคยทำงานให้กับแวกเนอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ทหารรับจ้างที่คุยกับบีบีซีเผยว่า ทหารรับจ้างชุดใหม่ถูกส่งไปอยู่ภายใต้การบัญชาการของเจ้าหน้าที่ของจีอาร์ยู ที่เป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ที่สังกัดกระทวงกลาโหม

เขาเน้นย้ำว่าหลักเกณฑ์การรับสมัครได้เปลี่ยนไปแล้ว มีข้อจำกัดลดลง "พวกเขารับสมัครใครก็ได้ทั้งนั้น" เขากล่าวด้วยความไม่พอใจกับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการลดทอนความเป็นมืออาชีพของเหล่านักสู้หน้าใหม่

เขาเล่าว่าทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ที่เพิ่งรับสมัครเข้าไปนั้นไม่ถูกกล่าวถึงในฐานะแวกเนอร์อีกต่อไปแล้ว แต่ถูกเรียกด้วยชื่อใหม่แทนว่า "เหยี่ยว" หรือ The Hawks

การกระทำดังกล่าวดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในการแยกตัวออกจากชื่อเสียงของกลุ่มแวกเนอร์ เนื่องจาก "แบรนด์มีความด่างพร้อย" แคนเดซ รอนโดซ์ ศาสตราจารย์ด้านรัสเซีย ยูเรเซีย และยุโรปตะวันออกศึกษา จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา สเตท กล่าว

แวกเนอร์ถูกกล่าวหาถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและก่ออาชญากรรมสงครามระหว่างปฏิบัติการในซีเรียและลิเบียอยู่บ่อยครั้ง

แหล่งข่าวที่เป็นทหารรับจ้างหลายรายบอกกับบีบีซีว่า หทารรับจ้างใหม่ได้รับการฝึกที่ฐานของแวกเนอร์ในเมือง มอลคิโน (Mol'kino) ทางตอนใต้ของรัสเซีย ติดกับฐานทัพของกองทัพรัสเซีย

นอกจากข้อความในกลุ่มลับแล้ว ยังมีประกาศรับสมัครทหารรับจ้างในที่สาธารณะด้วย

ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของรัสเซียที่มีชื่อว่า "วีเค" ซึ่งให้คำจำกัดความว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความโฆษณาในสัปดาห์แรกของการรุกรานยูเครน ตามหาสิ่งที่พวกเขาระบุว่า "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" จากอดีตประเทศในสหภาพโซเวียตเพื่อสมัครไปยัง "เพื่อนบ้านใกล้เคียง" ผู้เชี่ยวชาญทางกองทัพหลายรายระบุว่านั่นเป็นการสื่อถึงยูเครน

ก่อนหน้านี้ ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมจะไม่สามารถสมัครเป็นทหารรับจ้างได้ ข้อจำกัดยังถูกบังคับใช้กับผู้ที่เกิดนอกรัสเซียจากความกังขาเรื่องความจงรักภักดี

โฆษณารับสมัครนักรบรับจ้างที่แปลมาเป็นภาษาอังกฤษจากวีเค

ตอนนี้ "นักสู้เป็นที่ต้องการอย่างมาก" และเพื่อสร้างความแตกต่างในสนามรบ "พวกเขาต้องการทหารับจ้างหลายพันนาย" เจสัน เบลซากีส์ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ซูแฟน (Soufan) สถาบันคลังสมองในสหรัฐฯ กล่าว

เมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย เซอร์เก ชอยกู ระบุว่ามีนักสู้ 16,000 นายจากตะวันออกกลางอาสาไปร่วมรบกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ออกคำสั่งอนุญาตให้นักสู้จากตะวันออกกลางเหล่านี้เข้าร่วมสงครามได้

มีรายงานว่านักสู้จากกลุ่มแวกเนอร์มากถึง 400 นาย เข้าไปร่วมรบในยูเครนแล้ว

กลุ่มแวกเนอร์ถูกระบุตัวตนครั้งแรกในปี 2014 ในตอนที่องค์กรเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในความขัดแย้งในยูเครนตะวันออก

นักรบของแวกเนอร์ที่พูดคุยกับบีบีซีอธิบายว่าในวันแรกของการรุกรานยูเครน เขาถูกส่งไป คาร์คิฟ (Kharhiv) เมืองที่มีความสำคัญที่สุดอันดับที่สองของยูเครน ซึ่งเขาระบุว่าหน่วยของเขาสามารถปฏิบัติการได้บรรลุเป้าหมาย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าปฏิบัติการดังกล่าวคืออะไร

"เราได้รับค่าจ้างมา 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ (70,000 บาท) หลังทำงานมาหนึ่งเดือน แล้วก็กลับบ้านไปรัสเซีย"

Wagner members in Syria

เบลซากีส์อธิบายว่าการเลือกใช้ทหารรับจ้างถือเป็น "สัญญาณของความจนตรอก" เพื่อรักษาฐานเสียงของสาธารณชนรัสเซียไว้ หลังคำสั่งรุกรานยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทำให้เกิดการประท้วงมากมายในรัสเซีย ประชาชนนับพันคนถูกจับกุมตัว

เบลซากีส์เสริมว่า การใช้ทหารรับจ้างเป็นการอนุญาตให้รัฐบาลรัสเซียสามารถ "ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมให้ต่ำไว้ เนื่องจากทหารรับจ้างถูกมองว่าเป็นแค่ไพร่พลที่พร้อมตายจากกระสุนปืนใหญ่ของข้าศึก"

รัสเซียปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทหารรับจ้างมาโดยตลอด

บีบีซีสอบถามไปยังกระทรวงกลาโหมของรัสเซียว่าฐานทัพที่มอลคิโนถูกใช้เพื่อรับสมัครกองกำลังเสริมที่เจ้าหน้าที่ของรัสเซียเรียกว่า "หน่วยปฏิบัติการทางการทหารพิเศษในยูเครน" จริงหรือไม่ แต่ไม่ได้รับคำตอบ

Putin's Secret MERCENARIES Waging War in Ukraine'

Russia may be ramping up its invasion of Ukraine, but on the ground, a sinister secret is making itself known

Emerging from the shadows is a Kremlin-funded Private Military Company, known for its heinous acts in war zones like Syria and Venezuela.

Moscow has deployed up to a thousand mercenaries from a paramilitary organisation known as the Wagner Group.