วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

5 สาเหตุที่ ทำให้ ‘มนุษย์สูญพันธุ์’ และตอนนี้มันเริ่ม นับถอยหลังแล้ว



5 สาเหตุที่ ทำให้ ‘มนุษย์สูญพันธุ์’ และตอนนี้มันเริ่ม นับถอยหลังแล้ว

โลกของเราเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ และนั่นทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น แต่บางสิ่งก็ทำให้เราได้ตระหนักได้ว่า ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ฉันไม่สามารถมีอะไรมาทำลายเผ่าพันธุ์ของเราได้                           

แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่มีอะไรจะสามารถต้านทานกับธรรมชาติได้ หากเผาผลาญของเราจะต้องสูญสิ้นลง 

ฉากเปิดขึ้นมาผ่านภูมิประเทศที่อึมครึมและดูหดหู่ มีต้นไม้แห้งตายเต็มไปหมด มีเศษขี้เท่าลอยไปทั่ว สภาพแวดล้อมไหม้ไฟและรกร้าง ซากรถจอดระเกะระกะ ตึกที่เคยมีผู้คนเต็มไปหมดก็เหลือแต่ซาก โครงกระดูกมนุษย์เกลื่อนเต็มพื้น สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจฟังดูคุ้นหูเพราะมักเห็นได้ทั้งจากภาพยนตร์และวีดิโอเกมแนววันสิ้นโลก


โดยปกติแล้วภาพยนตร์และวีดิโอเกมจะบอกเล่าเรื่องราวหายนะของวันสิ้นโลกที่มาจากสงครามนิวเคลียร์ อุกกาบาตชนโลก หรือไวรัส ที่ทำให้มนุษย์เกือบสิ้นเผ่าพันธุ์

มันเป็นอะไรที่น่าคิดว่าถ้าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ซึ่งในความเป็นจริงมีนักวิจัยหลายสิบคนทั่วโลกใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้นี้ และเราจะหลีกเลี่ยงมันอย่างไร เพราะมีหลายทฤษฏีมากเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะล้างบางมนุษย์ ตั้งแต่การบุกของเอเลี่ยนจนถึงอุกกาบาตพุ่งชนโลก

👉🏾โดยจะมีสิ่งที่เรียกว่า “ความเสี่ยงที่มีอยู่” และนี่คือความเสี่ยงบางประการที่บรรดานักวิจัยได้เสนอขึ้นมา

1. สงครามนิวเคลียร์

Luke Kemp นักวิจัยจากศูนย์ศึกษาความเสี่ยงของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในอังกฤษได้กล่าวถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ ซึ่งสงครามนิวเคลียร์นั้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด

ระเบิดนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่จบสงครามโลกครั้งที่สอง และมันเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายน่ากลัวมาก มันสามารถทำลายเมืองให้พังพินาศได้ในพริบตาพร้อมฆ่าคนนับแสนได้ในเวลาอันสั้น และมันเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลัวพลังของมันจนถึงทุกวันนี้

ถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์จริง สิ่งอันตรายที่สุดนอกจากรังสีคือฤดูหนาวนิวเคลียร์ เกิดจากฝุ่นที่ไปบดบังแสงอาทิตย์ทำให้อุณหภูมิต่ำลง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตอาหาร “มันเป็นสิ่งที่จะสร้างผลกระทบไปแทบจะทั่วโลก” Kemp กล่าว แต่ถึงแม้มันสามารถทำให้คนจำนวนมากตายได้ แต่มันก็ไม่สามารถเป็นตัวที่ทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้

2. โรคระบาด

โรคระบาดเป็นภัยร้ายที่มีมานานแล้ว ในช่วงระยะเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมานี้ โลกเรากำลังเจอกับการระบาดของไวรัส Covid-19 ซึ่งมีคนกังวลว่ามันจะมีผลหนักกว่าที่คิดไหม “ฉันกังวลว่าการใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้งานผิดพลาดจะสร้างเชื้อโรคที่ร้ายแรงและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมันจะเป็นหายนะ” – Cassidy Nelson

ในฐานะที่เป็นผู้นำร่วมของทีมความปลอดภัยทางชีวภาพที่สถาบัน Future of Humanity Institute ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ Nelson ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ที่มนุษยชาติต้องเผชิญ เช่น โรคติดเชื้อใหม่ๆ โรคระบาดและอาวุธชีวภาพ

เธอตระหนักดีว่าเชื้อโรคที่ได้รับการออกแบบมาให้แพร่ระบาดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้มากที่สุด อาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ ซึ่งอาจฆ่าประชากรจำนวนมากในโลกได้ในเวลาไม่นาน...

“ธรรมชาติเป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างมหัศจรรย์ และเมื่อเกิดขึ้นกับเชื้อโรคผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ มันจะแย่มากเมื่อเกิดขึ้น” แต่ความกังวลของฉันคือ ถ้ามีคนที่พยายามออกแบบเชื้อโรคโดยเจตนาให้มีผลกระทบด้านลบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผ่านวิธีการติดต่อและอันตรายถึงชีวิต” มันจะเป็นหายนะทางชีวภาพอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่มีการระบาดใหญ่ในปัจจุบัน เธอเชื่อว่าโอกาสที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นมีน้อย (ด้วยว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงความจริงที่ว่า COVID-19 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องทดลอง)

ในขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังลดผู้ติดเชื้อลงได้ “นั่นก็หมายความว่า ความสามารถของเราในการทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน”

3. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

สภาพอากาศที่แปรปรวนเป็นสิ่งที่จะนำมนุษย์ไปสู่เส้นทางของการสูญพันธุ์ได้ไหม? เพราะว่าในอดีตสิ่งมีชีวิตหลายชนิดก็สูญพันธุ์ไปเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มันสามารถทำให้มนุษย์ไปสู่ชะตากรรมเดียวกันได้ไหม

สิ่งที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ มีทั้งความไม่มั่นคงในด้านอาหาร การขาดแคลนน้ำและสิ่งของจำเป็น แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นเป็นตัวคูณความเสี่ยงที่มีอยู่ ซึ่งทำให้มันขยายภัยคุกคามที่มีผลต่อมนุษย์ ทำให้ทุกอย่างแย่ลงได้มากขึ้น และยังเป็นการจุดฉนวนหายนะอื่นๆ ตามมาอีกด้วย

ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นต้นเหตุความเชื่อมโยงการสูญพันธุ์ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่น่าเป็นไปได้ที่ผลจากหายนะเพียงครั้งเดียว จะทำมนุษย์สูญพันธุ์ได้อย่างเช่น สงครามนิวเคลียร์ ส่วนใหญ่จะมาจากผลกระทบที่ต่อเนื่อง การทำลายล้างจากหายนะอย่างรวดเร็วที่หลายคนคิดนั้น มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เหตุการณ์หายนะอาจทำให้มีผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่แสนหรือพันคนบนโลก ซึ่งจะทำให้ความอยู่รอดของมนุษยชาติเป็นปัญหาเช่นกัน การล่มสลายสามารถกวาดล้างมนุษยชาติเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่จะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคง และความขัดแย้งทั่วโลก และทำให้ประชากรลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป “เราไม่ได้กำลังพูดถึงแนวคิดเดียวว่าการสูญพันธุ์จะเป็นอย่างไร หรือจะเกิดขึ้นอย่างไร มันมีความละเอียดอ่อนมากกว่านั้น” Kemp กล่าว

4. ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์

มันยังมีมุมอื่นอีกด้วย ความเสี่ยงที่มีผลต่อการมีอยู่ของมนุษย์ชาติ เทคโนโลยีเองก็มีผลกระทบต่อการมีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงเหล่านั้นคือ “ปัญญาประดิษฐ์”

นักวิจัยคิดว่าหุ่นยนต์ที่ผลิตออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจกำหนดให้มีการเฝ้าระวังมนุษย์ หรือพัฒนาการให้แซงหน้าทั้งภายนอกและภายใน มันอาจจะถึงขั้นมองมนุษย์เป็นภัยและหาทางกำจัดมนุษย์เหมือนในภาพยนตร์เรื่องคนเหล็กก็เป็นได้

5. ฝีมือมนุษย์เอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีความเสี่ยงหลากหลายเท่าไร แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ มนุษย์เป็นตัวกำหนดความรุนแรงของความเสี่ยงเหล่านี้ แล้วถ้าสิ่งที่เสี่ยงสุดคือตัวมนุษย์เองละ?

👉🏾นี่คือสิ่งที่น่าสนใจของงานวิจัยโดย Sabin Roman ในฐานนะนักวิจัยที่สถาบัน Center for the Study of Existential Risk เขาจำลองการวิวัฒนาการและการล่มสลายของสังคม

โดยศึกษาจากอารยธรรมในอดีต ตั้งแต่อาณาจักรโรมันและเกาะอีสเตอร์ ทำให้พบว่าความเสี่ยงที่มีอยู่ส่วนใหญ่นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น ถึงแม้ภัยจากธรรมชาติจะมีส่วน แต่มันก็แค่ส่วนประกอบขนาดเล็กที่ยังเทียบกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาไม่ได้ ทาง Kemp เองก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

สุดท้ายเหตุการณ์ในภาพยนตร์หายนะหลังวันสิ้นโลกกำลังรอเราอยู่ไหม? เราไม่มีทางคาดการณ์เกี่ยวกับชะตากรรมของเราบนโลกนี้ได้ แต่เมื่อย้อนกลับไปมองสังคมที่ล่มสลายไปแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ Roman มั่นใจคือมนุษย์ไม่เคยพร้อมที่จะปกป้องตัวเองได้ดีไปกว่านี้ แต่เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง เรายังมีเวลาเตรียมตัวและรับมือ ถึงมันจะเกิดเรายังทำให้ได้ผลเสียหายน้อยที่สุด

👉🏾เพราะบางทีอนาคตมนุษยชาติอาจถูกทำลายด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่เราอาจมองข้ามหรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน  ทั้งในเรื่องความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นกับโลกของเรา  ไม่ว่าจะมาจากในโลกหรือนอกโลกก็ตาม  หรือจะเป็นความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีที่อาจย้อนมาทำร้ายมนุษย์เองก็เป็นได้ 

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

เด็กอัฟกัน 5 ล้านคนอดอยากยากแค้น ทุกข์ทรมาน ถูกขายทิ้ง แต่ไม่มีข่าวออกทีวีทุกวัน ไม่มีความช่วยเหลือเร่งด่วน เพราะอะไร ทำไมมนุษยธรรมที่อัฟกานิสถานมันถึงดูไม่สำคัญเอาเสียเลย?

"หรือเป็นเพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่คนผิวขาว ไม่ใช่ชาวยุโรป หรือเป็นเพราะปัญหามาจากกระบอกปืนของทหารอเมริกัน จากการรุกรานของอเมริกัน จากการปล้นทรัพยากรของชาติโดยประธานาธิบดีเผด็จการของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่รัสเซีย?"



"ตราบใดที่เรา (อียู) ยังไม่มีความยุติธรรมที่เสมอภาค เราก็ไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆทั้งสิ้น"

ลองฟังดูนะครับ เสียงแม่ได้ใจมาก

Disinformation is real. All powerful states engage in it. 

The EU narrative on disinformation poses a child's version of reality, where baddies tell only lies and goodies never utter an untrue word

If only the world was that simple.

[This is an intervention by Clare Daly MEP in the European Parliament's March plenary, 2022, on the report on foreign interference and disinformation in the European Union, including disinformation."... 

ได้ใจมากแม่! แคลร์ เดลี่ สส.สหภาพยุโรปจากไอร์แลนด์ อภิปรายตั้งคำถามในสภาสหภาพยุโรปว่า สถานการณ์ในยูเครนน่าเป็นห่วงก็จริง แต่ทำไมตอนที่อัฟกานิสถานโดนถล่มแบบนี้ ไม่มีใครเห็นใจแบบยูเครนบ้าง

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

รัสเซีย..จัดหาทหารรับจ้างอย่างไร?เพื่อไปรบในยูเครน

รัสเซีย..จัดหาทหารรับจ้างอย่างไร?เพื่อไปรบในยูเครน 

สมาชิกกลุ่มแวกเนอร์ ในภูมิภาคดอนบาสในช่วงปี 2014/15

บีบีซีรับทราบว่ารัสเซียใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียและกลุ่มสนทนาส่วนตัว รับสมัครทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ เข้าไปสู้รบในยูเครนร่วมกับกองทัพ

บีบีซีได้คุยกับทหารรับจ้างที่ยังทำงานอยู่และอดีตนักรบซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานทหารรับจ้างชั้นนำของรัสเซีย ในประเด็นรายละเอียดการรับสมัครทหารรับจ้าง

หลายสัปดาห์ก่อนเกิดสงคราม ทหารรับจ้างผู้นี้เผยกับบีบีซีว่าทหารผ่านศึกจำนวนมากได้รับการติดต่อจากองค์กรลับ แวกเนอร์ (Wagner) ผ่านกลุ่มข้อความเทเลแกรมส่วนตัว ได้รับเชิญให้เข้าร่วม "กิจกรรมปิกนิกในยูเครน" พร้อมการอ้างถึงการลองชิม "ซาโล" (Salo) ซึ่งหมายถึงไขมันหมูที่นิยมรับประทานมานานในยูเครน

ข้อความดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ "คนที่มีประวัติอาชญากรรม มีหนี้ ถูกปฏิเสธจากกลุ่มทหารรับจ้าง หรือผู้ที่ไม่มีหนังสือเดินทางต่างประเทศ" ให้มาสมัคร

"คำเชื้อเชิญที่อบอุ่น" ยังถูกส่งไปถึง คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่รัสเซียยึดครองอย่างสาธารณรัฐลูฮันสก์และโดเนตสก์ และไครเมีย

สมาชิกแวกเนอร์ปฏิบัตืการทางฝั่งตะวันออกของยูเครน ช่วงปี 2014/15

แวกเนอร์เป็นหนึ่งในองค์กรลับสุดยอดของรัสเซีย ในทางกฎหมาย กลุ่มนี้ไม่ตัวตน เพราะการรับจ้างไปรบขัดต่อหลักกฎหมายของรัสเซียและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เชื่อกันว่าทหารรับจ้างมากถึง 10,000 คน เคยทำงานให้กับแวกเนอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ทหารรับจ้างที่คุยกับบีบีซีเผยว่า ทหารรับจ้างชุดใหม่ถูกส่งไปอยู่ภายใต้การบัญชาการของเจ้าหน้าที่ของจีอาร์ยู ที่เป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ที่สังกัดกระทวงกลาโหม

เขาเน้นย้ำว่าหลักเกณฑ์การรับสมัครได้เปลี่ยนไปแล้ว มีข้อจำกัดลดลง "พวกเขารับสมัครใครก็ได้ทั้งนั้น" เขากล่าวด้วยความไม่พอใจกับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการลดทอนความเป็นมืออาชีพของเหล่านักสู้หน้าใหม่

เขาเล่าว่าทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ที่เพิ่งรับสมัครเข้าไปนั้นไม่ถูกกล่าวถึงในฐานะแวกเนอร์อีกต่อไปแล้ว แต่ถูกเรียกด้วยชื่อใหม่แทนว่า "เหยี่ยว" หรือ The Hawks

การกระทำดังกล่าวดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในการแยกตัวออกจากชื่อเสียงของกลุ่มแวกเนอร์ เนื่องจาก "แบรนด์มีความด่างพร้อย" แคนเดซ รอนโดซ์ ศาสตราจารย์ด้านรัสเซีย ยูเรเซีย และยุโรปตะวันออกศึกษา จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา สเตท กล่าว

แวกเนอร์ถูกกล่าวหาถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและก่ออาชญากรรมสงครามระหว่างปฏิบัติการในซีเรียและลิเบียอยู่บ่อยครั้ง

แหล่งข่าวที่เป็นทหารรับจ้างหลายรายบอกกับบีบีซีว่า หทารรับจ้างใหม่ได้รับการฝึกที่ฐานของแวกเนอร์ในเมือง มอลคิโน (Mol'kino) ทางตอนใต้ของรัสเซีย ติดกับฐานทัพของกองทัพรัสเซีย

นอกจากข้อความในกลุ่มลับแล้ว ยังมีประกาศรับสมัครทหารรับจ้างในที่สาธารณะด้วย

ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของรัสเซียที่มีชื่อว่า "วีเค" ซึ่งให้คำจำกัดความว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความโฆษณาในสัปดาห์แรกของการรุกรานยูเครน ตามหาสิ่งที่พวกเขาระบุว่า "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" จากอดีตประเทศในสหภาพโซเวียตเพื่อสมัครไปยัง "เพื่อนบ้านใกล้เคียง" ผู้เชี่ยวชาญทางกองทัพหลายรายระบุว่านั่นเป็นการสื่อถึงยูเครน

ก่อนหน้านี้ ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมจะไม่สามารถสมัครเป็นทหารรับจ้างได้ ข้อจำกัดยังถูกบังคับใช้กับผู้ที่เกิดนอกรัสเซียจากความกังขาเรื่องความจงรักภักดี

โฆษณารับสมัครนักรบรับจ้างที่แปลมาเป็นภาษาอังกฤษจากวีเค

ตอนนี้ "นักสู้เป็นที่ต้องการอย่างมาก" และเพื่อสร้างความแตกต่างในสนามรบ "พวกเขาต้องการทหารับจ้างหลายพันนาย" เจสัน เบลซากีส์ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ซูแฟน (Soufan) สถาบันคลังสมองในสหรัฐฯ กล่าว

เมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย เซอร์เก ชอยกู ระบุว่ามีนักสู้ 16,000 นายจากตะวันออกกลางอาสาไปร่วมรบกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ออกคำสั่งอนุญาตให้นักสู้จากตะวันออกกลางเหล่านี้เข้าร่วมสงครามได้

มีรายงานว่านักสู้จากกลุ่มแวกเนอร์มากถึง 400 นาย เข้าไปร่วมรบในยูเครนแล้ว

กลุ่มแวกเนอร์ถูกระบุตัวตนครั้งแรกในปี 2014 ในตอนที่องค์กรเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในความขัดแย้งในยูเครนตะวันออก

นักรบของแวกเนอร์ที่พูดคุยกับบีบีซีอธิบายว่าในวันแรกของการรุกรานยูเครน เขาถูกส่งไป คาร์คิฟ (Kharhiv) เมืองที่มีความสำคัญที่สุดอันดับที่สองของยูเครน ซึ่งเขาระบุว่าหน่วยของเขาสามารถปฏิบัติการได้บรรลุเป้าหมาย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าปฏิบัติการดังกล่าวคืออะไร

"เราได้รับค่าจ้างมา 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ (70,000 บาท) หลังทำงานมาหนึ่งเดือน แล้วก็กลับบ้านไปรัสเซีย"

Wagner members in Syria

เบลซากีส์อธิบายว่าการเลือกใช้ทหารรับจ้างถือเป็น "สัญญาณของความจนตรอก" เพื่อรักษาฐานเสียงของสาธารณชนรัสเซียไว้ หลังคำสั่งรุกรานยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทำให้เกิดการประท้วงมากมายในรัสเซีย ประชาชนนับพันคนถูกจับกุมตัว

เบลซากีส์เสริมว่า การใช้ทหารรับจ้างเป็นการอนุญาตให้รัฐบาลรัสเซียสามารถ "ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมให้ต่ำไว้ เนื่องจากทหารรับจ้างถูกมองว่าเป็นแค่ไพร่พลที่พร้อมตายจากกระสุนปืนใหญ่ของข้าศึก"

รัสเซียปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทหารรับจ้างมาโดยตลอด

บีบีซีสอบถามไปยังกระทรวงกลาโหมของรัสเซียว่าฐานทัพที่มอลคิโนถูกใช้เพื่อรับสมัครกองกำลังเสริมที่เจ้าหน้าที่ของรัสเซียเรียกว่า "หน่วยปฏิบัติการทางการทหารพิเศษในยูเครน" จริงหรือไม่ แต่ไม่ได้รับคำตอบ

Putin's Secret MERCENARIES Waging War in Ukraine'

Russia may be ramping up its invasion of Ukraine, but on the ground, a sinister secret is making itself known

Emerging from the shadows is a Kremlin-funded Private Military Company, known for its heinous acts in war zones like Syria and Venezuela.

Moscow has deployed up to a thousand mercenaries from a paramilitary organisation known as the Wagner Group.